โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 กิจกรรมแนะแนว

มาตรฐานกิจกรรมแนะแนว

มาตรฐานที่  1   รู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น

มาตรฐานที่   2   มีความสามารถในการแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศ

มาตรฐานที่   3   มีความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

มาตรฐานที่   4   มีความสามารถในการปรับตัวและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

 

มาตรฐานช่วงชั้นกิจกรรมแนะแนว

 

มาตรฐานที่ 1 รู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น

ชั้น ช่วงชั้น ม. 1 – ม. 3

1.    รู้และเข้าใจสาเหตุของความต้องการและปัญหา
• ระบุสาเหตุของความต้องการปัญหาและวิธีการให้ได้สิ่งที่ต้องการและแก้ปัญหาของตนเอง
• ตอบสนองความต้องการ แก้ปัญหาของตนเองอย่างเป็นขั้นตอน

 

2.     ม. 3 ช่วงชั้น ม.1 –  ม.3 แสวงหาเอกลักษณ์ที่เป็นแบบอย่างที่ดี และเหมาะสมกับตนเอง
• เปรียบเทียบแบบอย่างที่ดีและไม่ดี
• ระบุแบบอย่างที่ตนเองชื่นชมและยึดถือ
• วิเคราะห์และเลือกแบบอย่างที่ดี มีความเหมาะสมกับตนเอง

 

3.      รู้และเข้าใจความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ด้านการเรียนอาชีพ และบุคลิกภาพของตนเอง
• ตรวจสอบความสนใจ ความถนัดความสามารถและบุคลิกภาพของตนเอง
• พัฒนาตนเองในสิ่งที่สนใจ ถนัดและสามารถจนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง
• ตระหนักรู้ลักษณะเฉพาะของตนที่สัมพันธ์กับการศึกษา งานและอาชีพ

 

  1. รัก นับถือตนเองและผู้อื่น
    • บอกเจตคติที่ดีของตนเองและผู้อื่น
    • ยอมรับคำยกย่อง ชมเชย และ ซาบซึ้งในความดีงามของตนเองและผู้อื่น

 

มาตรฐานที่  2   มีความสามารถในการแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศ

 

1       สามารถค้นคว้า รวบรวมวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้านจากแหล่งต่างๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
• รู้จักแสวงหาข้อมูลจากบุคคล/สถานที่/สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็น และมีวิธีการหาข้อมูลเฉพาะด้าน
• สามารถวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง

2       สามารถเลือกสรรและใช้ข้อมูลสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
• สามารถเลือกใช้ข้อมูลเป็นแนวทางประกอบการวางแผนการเรียน อาชีพ และการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม
• สามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

 

มาตรฐานที่  3  มีความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

1.      สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาของตนเองและร่วมตัดสินใจ แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว โรงเรียนและชุมชน
• สามารถวางแผนการเรียน อาชีพและชีวิต ให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด ความสามารถ และบุคลิกภาพ
• ปฏิบัติงานตามแผนและรับผิดชอบผลที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
• ประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการเรียน อาชีพ และชีวิตบอกแนวโน้มของเหตุการณ์สถานการณ์ และผลที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าได้
• ปรับปรุงแผนการเรียน อาชีพและชีวิต
• ร่วมตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับตนเองครอบครัว โรงเรียน และชุมชน

 

มาตรฐานที่  4  มีความสามารถในการปรับตัวและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

1.      เข้าใจและยอมรับความแตกต่างและความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล
• ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล
• เคารพความคิดเห็นและปฏิบัติตามกฎ กติกา ของสังคมด้วยความเต็มใจ

2.      สามารถสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกให้ผู้อื่นเข้าใจได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
• สามารถแสดงความคิด ความรู้สึก อารมณ์ และพฤติกรรมในเชิงสร้างสรรค์ ได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลในทุกสถานการณ์

3.      สามารถจัดการกับอารมณ์ และแสดงออกได้อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์
• มีความมั่นคงทางอารมณ์ และแสดงออกได้อย่างเหมาะสม

ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
• เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

4.      สามารถทำงานตามบทบาทในฐานะ ผู้นำ และผู้ตามที่ดีและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
• รู้และแสดงบทบาทการเป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี

**********

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

การคบเพื่อน

 

 

 

 

 

เพื่อนที่แสนดี 

 

ใบความรู้

กิจกรรมแนะแนว

การคบเพื่อน

*********

จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. บอกแนวปฏิบัติตนที่เหมาะสมในการคบเพื่อนและสามารถปฏิบัติได้
  2. แสดงความคิดเห็นและสำรวจตนเองเกี่ยวกับการคบเพื่อนได้
  3. สำรวจตนเองเกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนและผู้อื่น  และสามารถสรุปผลการสำรวจได้

สาระการเรียนรู้

                ในวัยของนักเรียนในขณะนี้   “เพื่อน”  นับว่ามีอิทธิพลต่อนักเรียนอยู่มิใช่น้อยในหลาย ๆ ด้าน  ถ้านักเรียนไม่มีเพื่อนหรือไม่มีคนต้องการคบหาสมาคมด้วย  ก็ต้องพิจารณาตนเองว่าเป็นเพราะเหตุใดมีข้อบกพร่องหรือมีสิ่งที่ไม่ดีอะไรบ้างอยู่ในตนเอง   เมื่อพบข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ไม่ดีแล้ว  และถ้าต้องการมีเพื่อนหรือต้องการให้คนมาคบหาสมาคมด้วย  ก็ต้องปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องหรือสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ  ให้หมดไปหรือให้ลดน้อยลง

                การคบเพื่อนนั้นในบางครั้งอาจมีการกระทบกระทั่งกันในเรื่องของคำพูด  กิริยาท่าทางการกระทำอารมณ์ต่าง ๆ  ดังนั้นในการคบหาสมาคมกับเพื่อน ๆ  จะต้องมีจิตใจหนักแน่น  มั่นคง  ยอมรับฟังเหตุผล  รู้จักให้อภัย  และมีน้ำใจซึ่งกันและกัน  จึงจะทำให้มิตรภาพหรือความเป็นเพื่อนยืนยาว

ข้อเสนอแนะการปฏิบัติตนในการคบเพื่อน

  1. การพูดคุย

1.1           การพูดคุยเรื่องใดก็ตามควรพิจารณาว่า  เรื่องใดควรพูด  เรื่องใดไม่ควรพูด  และถ้าจะพูด  ควรพูดในเวลาใด

1.2           ใช้คำพูดที่สุภาพ  ไม่ล่วงเกินด้วยคำพูด  ไม่พูดลามปาม   ไม่ตะโกนหรือพูดกระโชกโฮกฮาก 

1.3           ไม่พูดล้อเลียน   ไม่นำชื่อบิดา – มารดา  หรือสิ่งที่เพื่อนเคารพนับถือไปพูดล้อเลียน  หรือลบหลู่  ดูหมิ่น

1.4           หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่รุนแรง  ไม่พูดเหน็บแนม  ไม่พูดเสียดสี  ไม่นินทาให้ร้ายป้ายสี

  1. การแสดงกิริยาท่าทาง
    1. แสดงกิริยาท่าทางที่สุภาพ  เหมาะสมกับกาลเทศะ
    2. ไม่ใช้อวัยวะที่ไม่เหมาะสมหยอกล้อกัน  หรือเล่นกันด้วยความรุนแรง  เช่น  ใช้เท้าเตะ  ใช้มือตบศีรษะ  เป็นต้น

3.      การแต่งกาย  แต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ  เช่น  ไม่ใส่ชุดนอนไปเดินเล่นกับเพื่อนต่างเพศ  เป็นต้น

4.      การนัดหมาย

                1.      กำหนดนัดหมายเวลาที่แน่นอน  และต้องไปให้ตรงเวลานัดหมาย  ถ้าไปไม่ได้หรือมีเหตุขัดข้องต้องแจ้งให้เพื่อนทราบล่วงหน้า

                2.           เวลานัดหมายที่เหมาะสมนั้น  ไม่ควรนัดหมายกันในเวลากลางคืน  ถ้ามีความจำเป็นไม่ควรนัดหมายกันในเวลาดึก  และควรมีญาติพี่น้องไปเป็นเพื่อนด้วย

5.      การให้ความช่วยเหลือ  การมีน้ำใจซึ่งกันและกัน  การช่วยเหลือเพื่อนนั้นจะต้องช่วยเหลือในสิ่งที่ถูกต้อง  เหมาะสม  ไม่ช่วยเหลือในทางที่ผิด  ไม่เอาเปรียบเพื่อน

*********

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ความซื่อสัตย์

 อาหารจานโปรด

ใบความรู้

กิจกรรมแนะแนว

ความซื่อสัตย์

********

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.            บอกความหมายและยกตัวอย่างพฤติกรรมของความซื่อสัตย์ได้

2.            อธิบายถึงผลที่จะได้รับจากการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความซื่อสัตย์และไม่มีความซื่อสัตย์ได้

3.            ปฏิบัติตนที่แสดงว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ได้ 

สาระการเรียนรู้

                ความซื่อสัตย์  หมายถึง  การประพฤติตรงและจริงใจ  ไม่คิดคตทรยศ  ไม่คตโกง  ไม่หลอกลวง

                ความซื่อสัตย์  เป็นคุณลักษณะที่ช่วยให้เป็นที่ยอมรับนับถือและไว้วางใจ  เป็นที่น่าคบหาสมาคมด้วย  ถ้าขาดความซื่อสัตย์ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่น่าคบหาสมาคม  เป็นที่ระแวงแคลงใจของเพื่อนและบุคคลใกล้ชิด  โดยปกติแล้วผู้ที่ปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์จะมีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านส่วนตัว  การประกอบอาชีพ  การสังคม  ดังนั้นนักเรียนควรปฏิบัติตนให้เป็นคนที่มีความซื่อสัตย์อยู่เสมอ

                ตัวอย่างพฤติกรรมที่แสดงว่ามีความซื่อสัตย์  มีดังนี้

1   ตรงต่อเวลา  นัดหมายเวลาแล้วมาตามนัดและตรงเวลา  มาโรงเรียนตรงเวลาไม่มาสาย

2.  ไม่พูดปด  พูดความจริงเสมอ

3.  ยอมรับผิดเมื่อทำผิด  ไม่ใส่ร้ายความผิดให้กับผู้อื่น

4.  เก็บของตกได้  ติดตามหาเจ้าของและคืนของให้

5.  จ่ายเงินทุกครั้งเมื่อซื้อสิ่งของ  ขึ้นรถประจำทางหรือโดยสารยานพาหนะอื่น ๆ  หรือใช้บริการอื่น ๆ  ที่ต้องเสียเงินค่าบริการ

6.  ไม่หยิบฉวยสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตนจะใช้สิ่งของของผู้อื่นต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง

7.  ไม่หน้าไหว้หลังหลอก  ต่อหน้าทำอย่างหนึ่งลับหลังทำอีกอย่างหนึ่ง

8.  ไม่ลอกการบ้านเพื่อน  ไม่แอบอ้างผลงานของเพื่อนเป็นผลงานของตนเองแล้วนำไปส่งอาจารย์  ไม่ทุจริตในการสอบ  ไม่ลอกคำตอบจากเพื่อน

********

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น